Skip to main content
Our Story

Our Story

เรื่องราวของเรา

ลิ้มรสอาหารในคอนเซ็ปต์โมเดิร์นไทยซีฟู้ด ที่เลือกสรรวัตถุดิบอาหารทะเลคุณภาพทั้งจากท้องถิ่นและนำเข้า

ภายใต้ชื่อ "พาย" ที่ตั้งอยู่ในแลนด์มาร์คเก่าแก่อย่างเดอะเฮ้าส์ออนสาทร ความหมายของชื่อร้านอาหารกล่าวถึง "การพายเรือ" ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจาก หลวงสาทรราชายุกต์ เจ้าของคฤหาสน์หลังนี้คนแรก นักธุรกิจผู้มั่งคั่งและผู้ริเริ่มขุดคลองสาทรในช่วงเวลานั้น

Lobster
วัตถุดิบ

สดใหม่ คุณภาพดีเยี่ยม

พายเลือกสรรเฉพาะวัตถุดิบสด ใหม่ เกรดพรีเมี่ยม จากทั้งในท้องถิ่น และนำเข้าทั่วโลก เช่น หอยเชลล์จากฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น หอยนางรมฌองพอล จากประเทศฝรั่งเศส หอยแมลงภู่ จากประเทศนิวซีแลนด์ เป็นต้น วัตถุดิบท้องถิ่นที่เราภูมิใจนำเสนอ ได้แก่ ปูโคลนจากจังหวัดสมุทรสงคราม ปลาหมึกกล้วยจากจังหวัดชลบุรี และอื่นๆอีกมากมาย

เมนูต่างๆจากพาย
สูตรอาหารของเรา

เมนูซิกเนเจอร์กับรสชาติไทยแท้

พาย นำทีมโดยเอ็กซ์เซกคลูทีฟเชฟ อย่างเชฟโจ วีรเกติ์ นิลายน ผู้ซึ่งได้ทำการรังสรรค์หลากหลายเมนูที่โดดเด่นในรสชาติ เมนูซิกเนเจอร์ที่อยากแนะนำอาทิ ปูอบโคลน โดยใช้ปูโคลนจากจังหวัดสมุทรสงคราม, กุ้งแม่น้ำย่างตัวใหญ่ราดซอสฉู่ฉี่, หอยหลอดฝรั่งเศสปรุงแบบฟลัมเบ้ด้วยซอสเอ็กซ์โอโฮมเมด, ปลาลิ้นหมานำเข้าจากฝรั่งเศสเผาเกลือยัดไส้สมุนไพรไทย และที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งคือเมนูข้าวผัดปูจานยักษ์ สำหรับท่านที่มาทานกันเป็นกลุ่มได้แชร์กัน พิเศษตรงที่เลือกใช้ข้าวหอมออร์แกนิคจากนครปฐมและเนื้อปูนึ่งสดๆกว่าครึ่งกิโลจากสุราษฎร์ธานี

เดอะเฮ้าส์ออนสาทร
สถานที่ตั้ง

แลนมาร์คของถนนสาทร

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสถานที่ตั้งของพายโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร เดอะเฮ้าส์ออนสาทร คฤหาสถ์โคโลเนียลสถาปัตยกรรมแบบนีโอ คลาสสินี้ถูกสร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2432 เริ่มต้นเป็นบ้านพักของหลวงสาทรราชายุกต์ ต่อมาในช่วงปี พ.ศ. 2463 ได้ถูกเปลี่ยนให้เป็นโรงแรม และจากนั้นระหว่างปี พ.ศ. 2491- 2452 อาคารแห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นที่ทำการสถานทูตรัสเซียแห่งแรกประจำประเทศไทย

  • 2431

    ยม พิศลยบุตร ผู้เป็นเจ้าของอาคารแต่เดิมได้กว้านซื้อที่ดินในพื้นที่ สีลม และทำการขุดคลอง สร้างถนน เพื่อเชื่อมต่อกับพื้นที่อื่น ๆ ในกรุงเทพมหานคร ต่อมาได้ขายที่ดินให้กับบุคคลอื่น ในครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงพระราชทานบรรดาศักดิ์ ให้เป็น “หลวงสาทรราชายุกต์”

  • 2432

    คาดการณ์ว่าอาคารหลังนี้ถูกสร้างขึ้นโดยหลวงสาทรฯ ในปีนี้

  • 2438

    หลวงสาทรฯ ถึงแก่กรรมด้วยอหิวาตกโรคเมื่ออายุ 38 ปี

  • 2439

    ธุรกิจ ที่ดิน มรดกต่าง ๆ รวมถึงอาคารหลังนี้ได้รับการสืบทอด โดยนางแช่มผู้เป็นบุตรสาว และหลวงจิตร์จำนงค์วานิช (ถมยา รงควนิช) ผู้เป็นบุตรเขย

  • 2459

    หลวงจิตร์จำนงค์ขายอาคารหลังนี้ให้กับกรมพระคลังข้างที่หรือ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ในปัจจุบัน ครอบครัวของ หลวงจิตร์จำนงค์จึงย้ายออกจากอาคารหลังนี้ในเวลาต่อมา

  • 2468

    พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานอาคารหลังนี้ ให้กับเจ้าพระยารามราฆพ

  • 2469

    เจ้าพระยารามราฆพ เสนอขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้กับกรมพระคลัง ข้างที่ หลังจากนั้นอาคารหลังนี้ถูกเช่าเพื่อดำเนินกิจการโรงแรมในชื่อ "โรงแรมรอแยล" โดยสตรีชาวอิตาเลียนชื่อ มาดาม อาเดล สตาโร

  • 2491

    ระหว่างปี 2491 - 2542 อาคารหลังนี้ถูกเช่าเป็นสถานทูตรัสเซียแห่งแรกในประเทศไทย

  • 2544

    กรมศิลปากรเข้าสำรวจอาคารและพื้นที่ และจัดให้เป็นอาคารอนุรักษ์ สถาปัตยกรรมของกรมศิลปากร

  • 2546

    พื้นที่ซึ่งครอบคลุมถึงอาคารหลังนี้ถูกเช่าต่อโดยบริษัท นอร์ท สาธรโฮเต็ล จำกัด (โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ) และได้รับการทำนุบำรุงตั้งแต่นั้นมา ภายหลังในปี 2558 เดอะเฮ้าส์ออนสาทรเปิดให้บริการร้านอาหารและพื้นที่จัดเลี้ยงอย่างเป็นทางการ

บทความเกี่ยวกับพาย

หม่ำกุ้งแม่น้ำและข้าวผัดปูจานยักษ์ที่ Paii ห้องอาหารที่หยิบเมนูทะเลไทยมายกระดับให้ไฉไลกว่าเดิม

THE STANDARD

อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราประทับใจคือ บรรยากาศของที่นี่ ที่พาเราย้อนกลับไปซึมซับศิลปะการตกแต่งในสมัยรัชกาลที่ 5 ทั้งงดงาม และทรงคุณค่าจนได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกแห่งชาติ เมื่อเข้าไปด้านในแสงไฟสีนวลละมุนช่วยลดความเคร่งขรึมของสถานที่ เพิ่มความรู้สึกอบอุ่น ดูสบาย ๆ ให้กับมื้อพิเศษของทุกคน <b>พาย (PAII) ในความรู้สึกของเราจึงกลายเป็นอีกหนึ่งร้านอาหารไทยที่มีมนตร์เสน่ห์ครบทั้งรสชาติ และบรรยากาศที่เชิญชวนให้ทุกคนไปสัมผัสจริง ๆ

SoTraveler

PAII ร้านอาหารทะเลสาทรที่ใส่ใจเรื่องวิตถุดิบอาหารท้องถิ่น พายจึงเลือกใช้วัตถุดิบนำเข้าเพียงครึ่งเดียว แต่เตรียมนำไปสู่การใช้วัตถุดิบอาหารท้องถิ่นทั้งหมด

Wongnai

เชฟโจเล่าว่า เขาตีความอาหารไทยใหม่ที่คงความดั้งเดิมของรสชาติเอาไว้ แต่ดัดแปลงด้วยวัตถุดิบที่มีสัดส่วนของไทย-อิมพอร์ต เป็น 50-50 นำเสนอผ่านหน้าตาที่สวยงาม แต่จากการลองชิมอีกไฮไลต์ที่เป็นสาระสำคัญของการตีความใหม่ครั้งนี้ คือการย้อนกลับไปพิถีพิถันกับการเลือกสรรวัตถุดิบ ซึ่งแม้จะเป็นจุดที่เล็กที่สุดอย่างกะปิ ก็ต้องเป็นแฮนด์เมดตำมือเท่านั้น ข้าวกล้องออร์แกนิกจากนครปฐม รวมถึงการทำน้ำพริกเผาที่ขึ้นเองทุกขั้นตอนที่เชฟบอกว่า "ใช้เวลานาน แต่คุ้มค่าทุกขั้นตอน" ทำให้ทุกๆ เมนูที่ชื่อคุ้นหูมีรสมือที่เป็นเอกลักษณ์ซ่อนอยู่

GQ Thailand